สาวถูกหลอกให้เปิดบัญชี



สาวถูกหลอกให้เปิดบัญชี

หลายคนคงเคยได้ยินกันมาบ้าง สำหรับการรับจ้างเปิดบัญชี แต่หลายคนยังไม่รู้ว่าเป็นสิ่งผิดกฏหมาย จนหลงกลกับค่าตอบแทนที่จะได้รับในการเปิดบัญชีให้ ล่าสุด เมื่อวันที่ 17 ส.ค. น.ส.สมคิด แหสมุทร อายุ 41 ปี ชาวหมู่ 6 ต.พืชอุดม อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เข้าร้องเรียนว่า ถูกเพื่อนหลอกให้เปิดบัญชีสุดท้ายมีทั้งหมายเรียกหมายจับจากตำรวจขอนแก่น นราธิวาส ระยอง ลำพูน และพระนครศรีอยุธย า ข้อหาฉ้อโกงในการขายสินค้าออนไลน์ เช่น ทุเรียน อาหารทะเล ผลไม้ และหน้ากากอนามัย

น.ส.สมคิด กล่าวว่า เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ตนไปเยี่ยมสามีที่เรือน จำธนบุรี กรุงเทพฯ และรู้จักกับน.ส.สุจิตรา หรืออ้น อายุ 42 ปี และน.ส.ยุวดี อายุ 23 ปี ซึ่งเป็นแม่บุตรกัน พักอยู่ที่ ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ซึ่งมาเยี่ยมสามีของเขาเช่นกัน จึงพูดคุยกันตามประสาของญาติๆ ที่มาเยี่ยมผู้ต้องขังทั่วไป

ซึ่งน.ส.สุจิตตรา ขอโอนเงินผ่านบัญชีของตนจำนวน 30,000 บาท แล้วให้ตนโอนเงินจำนวน 29,000 บาท ฝากเข้าบัญชี ธนาคารกสิกรไทยของน.ส.สุจิตรา และเหลือเงินค้างบัญชี 1,000 บาท เป็นค่าผ่านบัญชี ต่อมาเมื่อต้นเดือนมี.ค.63 น.ส.สุจิตตรา ขอให้ตนเปิดบัญชีธนาคารให้อีก 5 บัญชี พร้อมบัตรกดเงินอัตโนมัติ และได้รับเงินค่าเปิดบัญชี 2,000 บาท

จนกระทั่งได้รับหมายเรียกจากตำรวจ สภ.เหมืองจี้ อ.เมือง จ.ลำพูน ส่งมาในข้อหาฉ้อโกงให้โอนเงินเข้าบัญชีจากการขายของทางออนไลน์ และมีตำรวจแจ้งมาอีก 3 ที่ คือขอนแก่น นราธิวาส และระยอง ว่า เจ้าของบัญชีของตนถูกนำไปใช้ให้โอนเงินในการขายของออนไลน์ เช่น ขายทุเรียน หน้ากากอนามัยทั่วประเทศ

หลังจากที่ได้รับหมายเรียก ตนพย าย ามติดต่อกับน.ส.ยุวดี แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ตนได้แต่เลี้ยงบุตรอยู่กับบ้าน และขายของทางออนไลน์ไม่เป็น ตนไม่ได้ใช้บัญชีดังกล่าวทำนิติกรรมใดๆ เลย จนกระทั่งปัจจุบันทราบว่า น.ส.สุจิตตรานำบัญชีธนาคารที่ตนเปิดให้ไปใช้ผิดกฎหมาย หลังจากนั้นตนจึงค้นหาข้อมูลทางเว็บไซต์

จึงรู้ว่าบัญชีของตนที่เปิดให้กับ 2 แม่บุตรคู่นี้ถูกนำไปหลอกลวง ให้ลูกค้าโอนเงินเข้าบัญชีเรา ในการขายของออนไลน์ ตนจึงเข้าพบกับ พ.ต.ท.เทอด หาญณรงค์ สารวัตรสอบสวน สภ.คลองสิบสอง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เพื่อแจ้งความลงบันถึงประจำวันว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการหลอกดังกล่าว เพราะตนเองก็โดนหลอกเหมือนกัน

ทั้งนี้บัญชีทั้งหมดปิดแล้ว อยากจะให้ตร.นำตัวน.ส.ยุวดีมารับผิดชอบ กรณีดังกล่าวด้วย เพราะตอนนี้ตัวเองเดือดร้อนมากๆ

ขอบคุณ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก:

#ข่าวเด่นข่าวเด็ด #ข่าวเด็ด #ข่าวเด่น

เริ่มแล้ว คนละครึ่งเฟส 2 ชิง 5 ล้านสิทธิ์ เว็บไม่ล่ม แต่เจอปัญหาไม่ได้ OTP



กระทรวงการคลังเปิดให้ลงทะเบียนโครงการ คนละครึ่งเฟส 2 เพิ่มอีก 5 ล้านสิทธิ์ ในวันที่ 16 ธันวาคม 2563 เวลา 06.00 น. และเริ่มใช้เงินในวันที่ 1 มกราคม ไปจนถึง 31 มีนาคม 2564 จะได้รับเงินคนละ 3,500 บาท

ตรวจสอบพบมีประชาชนมาลงทะเบียนเพื่อแย่งสิทธิ์กันจำนวนมาก ตั้งแต่ช่วงที่เริ่มเปิดให้มีการลงทะเบียน โดยที่หน้าเว็บไม่ล่ม แต่เกิดปัญหาขัดข้อง บางรายไม่ได้รับรหัส OTP แต่ก็ประชาชนจำนวนไม่น้อยสามารถลงทะเบียนได้สำเร็จ จนทำให้จำนวน 5 ล้านสิทธิ์ลดลงในเวลาอันรวดเร็ว

อย่างไรก็ตามผู้ที่รับสิทธิเฟส 1 จำนวน 10 ล้านคน จะมีข้อความขึ้นให้กดยืนยันสิทธิ เข้าสู่โครงการระยะที่ 2 โดยได้รับวงเงินเพิ่ม 500 บาท ในวันที่ 1 มกราคม 64 และใช้จ่ายได้จนถึงวันที่ 31 มีนาคม ทั้งวงเงินเดิม 3,000 บาท และวงเงินใหม่ 500 บาท

รายละเอียดเพิ่มเติม
————————-
#เรื่องเล่าเช้านี้ (Morning News) 16 ธันวาคม 2563
ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารได้ก่อนใครได้ที่นี่
เรื่องเล่าเช้านี้.com :
facebook :
Twitter :
Official LINE : @ruenglao
YouTube :

ดีเดย์ 15 ม.ค.63 บัตร ATM แถบแม่เหล็กแบบเก่า จะไม่สามารถใช้งานได้แล้ว



บัตร ATM แถบแม่เหล็ก แบบเก่า หลังวันที่ 15 ม.ค.63 จะไม่สามารถใช้ได้แล้ว ทั้งกดเงิน หรือรูดที่เครื่อง โดยประชาชนสามารถไปเปลี่ยนได้ที่ธนาคารเจ้าของบัตรได้ฟรี เป็นแบบบัตรชิปการ์ด เพื่อป้องกัน เพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน

รายละเอียดเพิ่มเติม :

————————-
เรื่องเล่าเช้านี้ (Morning News) 28 ธันวาคม 2562
ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารได้ก่อนใครได้ที่นี่
เรื่องเล่าเช้านี้.com :
facebook :
Twitter :
Official LINE : @ruenglao

นายกฯยันรัฐบาลมีเงินเพียงพอ เยียวยาโควิดระลอกใหม่



พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวว่า สำหรับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์โควิด-19 ได้มอบหมายนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายก และรมว.พลังงาน กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ดูว่าจะช่วยเหลืออย่างไรในช่วง 2 เดือนต่อจากนี้ ซึ่งมาตรการต่างๆ ก็ออกมาเพิ่มเติมจากที่มีอยู่แล้ว

ส่วนมาตรการที่มีอยู่แล้ว เช่น โครงการเที่ยวด้วยกัน จะขยายเวลาโครงการออกไป ซึ่งมีการจองโรงแรม จ่ายค่ามัดจำไปแล้ว ตนได้ปรึกษาสมาคมโรงแรมไทย ขอความร่วมมือว่าอย่าเพิ่งไปเก็บเงินผู้ใช้บริการตอนนี้ ทุกเรื่องที่เคยให้ไปแล้วต้องหาวิธีการบริหารจัดการให้ได้ ในส่วนการดูแลช่วง 2 เดือน ดูแลคน 40 ล้านคน จะทำอย่างไร ต้องใช้เงินอีกจำนวนมาก แต่รัฐบาลยืนยันว่ายังมีเงินพอเพียงอยู่

รายละเอียดเพิ่มเติม
————————-
#เรื่องเล่าเช้านี้ (Morning News) 06 มกราคม 2564
ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารได้ก่อนใครได้ที่นี่
เรื่องเล่าเช้านี้.com :
facebook :
Twitter :
Official LINE : @ruenglao
YouTube :

หญิงกู้เงินผ่านแอป กู้ใหม่โปะเก่า สุดท้ายจ่ายไม่ไหว เจอขู่ฆ่า-ยึดทรัพย์ กลัวจนต้องแจ้งความ



พิษณุโลก-น.ส.วรรณทา มีแก้ว อายุ 45 ปี ชาว จ.สุโขทัย ได้เข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากได้รับการข่มขู่ทางไลน์ให้ชดใช้เงินที่กู้ผ่านแอปทางโทรศัพท์ ไม่เช่นนั้นจะส่งคนมายึดทรัพย์และกระทืบให้ตาย จึงเกิดความกลัวจึงได้เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก

โดย น.ส.วรรณทา กล่าวว่า ที่ผ่านมาพยายามแก้ปัญหาโดยพยายามปิดบัญชีเงินกู้ที่กู้ผ่านแอปทางโทรศัพท์มือถือมาตลอด จากเดิมที่กู้มาทั้งหมด 8 แอป ตอนนี้เหลือเพียง 3 แอป แต่เจอปัญหาต้นทับดอกไม่สามารถที่จะปิดได้อีก ทั้งกิจการรับซักรีดก็ซบเซา เงินเก็บที่หามาเก็บไว้ก็หมดลง ทำให้ทุกวันนี้เงินจะกินข้าวก็ยากลำบาก แล้วต้องมาเจอปัญหาข่มขู่แบบนี้อีก

ซึ่งจุดเริ่มต้นที่ไปกู้เงินทางแอปมือถือ ก็มาจากช่วงโควิดที่ผ่านมา ธุรกิจซักอบรีดไม่ค่อยดี จนวันหนึ่งตนเล่นเกม แล้วเห็นโฆษณาเชิญชวนกู้เงินผ่านโทรศัพท์ ได้ง่ายเพียงใช้บัตรประชาชนกับหน้าสมุดบัญชี เบื้องต้นก็ลองกู้ไป 2,000 บาท ได้เงินมา 1,300 บาท มีระยะเวลาคืนภายใน 7 วัน หากเกินก็จะต้องเสียดอก 300 บาท ต่อวัน ต่อมาตนก็กู้เพิ่มในแอปใหม่เพื่อนำเงินมาจ่ายแอปเก่า เนื่องจากหาเงินไม่ทัน จนกระทั้งทบไปทบมาจนกู้ไป 8 แอป

อีกทั้งธุรกิจซักอบรีดแทบไม่มีงานเข้า จึงได้นำเงินเก็บที่สะสมไว้มาจ่ายปิดเงินกู้ไปได้ 5 แอป ปัจจุบันเหลือ 3 แอปที่ต้องจ่ายเงินอยู่ แต่เงินไม่พอทำให้ไม่สามารถจ่ายเงินกู้ได้ จนถูกทวงถาม ก็พยายามอ้อนวอนให้ผ่อนผันขยายเวลาและไม่คิดดอกเพิ่ม แต่ทางเจ้าหนี้ไม่ยอมบอกว่าต้องจ่ายค่าดอกมาทุกอาทิตย์อาทิตย์ละ 1,000 บาท พร้อมส่งข้อความทวงถามมาทางไลน์ กระทั้งข่มขู่ว่าจะส่งคนมายึดทรัพย์ จึงตัดสินใจแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และไปร้องทุกข์ที่ศูนย์ดำรงธรรมฯ

ตนยอมรับว่าตนผิดพลาดที่ไปกู้เงินมา แต่ก็พร้อมจะชดใช้เงินที่กู้มาแต่ก็ขอให้เวลาหาเงินและอย่าคิดดอกสูงจนโหดแบบนี้

ในขณะที่ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบพบว่า การปล่อยกู้ตามสื่อโซเซียลมีจำนวนมาก จะมาลักษณะแบบกู้ง่ายแต่ไม่เปิดเผยดอกเบี้ย ทำให้มีหลายคนเข้าไปกู้และเป็นหนี้จนเจอปัญหาแบบนี้จำนวนมาก

อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ :
————————-
#เรื่องเล่าเช้านี้ (Morning News)
วันที่ 5 มีนาคม 2564
ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารก่อนใครได้ที่นี่
ch3plus :
facebook :
Twitter :
YouTube :

โลกออนไลน์บ่น เปลี่ยนบัตร ATM แถบแม่เหล็กเป็นบัตรชิปการ์ด ไม่ฟรีแถมเสียค่าธรรมเนียมแพงขึ้น



ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2563 เป็นต้นไป ใครที่ยังถือบัตรเอทีเอ็ม หรือ บัตรเดบิต ที่เป็นบัตรแถบแม่เหล็กแบบเก่า หรือ สังเกตง่ายๆ เมื่อนำไปใช้งาน ยังกดรหัสผ่านเป็นเลข 4 ตัว ต้องรีบไปที่ธนาคารเจ้าของบัตร เพื่อเปลี่ยนเป็นบัตรแบบชิปการ์ด และจะใช้รหัสผ่าน 6 ตัว เพื่อให้ใช้งานได้ต่อเนื่อง มิเช่นนั้นจะไม่สามารถใช้ได้แล้ว ทั้งกดเงิน หรือรูดที่เครื่อง

โดยประชาชนสามารถไปเปลี่ยนได้ที่ธนาคารเจ้าของบัตรได้ฟรี เป็นแบบบัตรชิปการ์ด เพื่อป้องกัน เพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน

อย่างไรก็ตามในโลกออนไลน์ มีชาวเน็ตหลายคนให้ข้อมูลว่า แม้หลายธนาคารระบุว่าให้เปลี่ยนบัตรฟรี แต่เมื่อไปถึงพนักงานกลับแจ้งว่าบัตรแบบฟรีหมดแล้ว เหลือแต่บัตรที่ต้องเสียค่าใช้จ่าย และต้องเสียค่าธรรมเนียมรายปีที่แพงขึ้น ขณะที่บางคนแจ้งว่าเปลี่ยนบัตรแล้ว แต่ตู้เอทีเอ็มไม่รองรับ ทำให้กดเงินไม่ได้ ซึ่งทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้ให้รายละเอียดที่ชัดเจนต่อปัญหาดังกล่าวต่อไป

รายละเอียดเพิ่มเติม

————————-
เรื่องเล่าเช้านี้ (Morning News)3 มกราคม 2563
ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารได้ก่อนใครได้ที่นี่
เรื่องเล่าเช้านี้.com :
facebook :
Twitter :
Official LINE : @ruenglao

'ชิมช้อปใช้' เฟส 4 สะดุด คลังพบเฟส 3 มีคนใช้กลโกงกระเป๋า 2 หวังเอาแคชแบ็ก



มาตรการ ‘ชิมช้อปใช้’ เฟส 4 สะดุด แหล่งข่าวกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ชิมช้อปใช้ เฟส 3 มีคนโกงกระเป๋า 2 เติมเงินสดใช้จ่ายและได้แคชแบ็ก เพียบ

โดยพบว่ามีคนใช้กระเป๋า 2 ซื้อกาแฟวันละ 50,000 บาท คาดร้านค้ากดซื้อเองเพื่อเอาแคชแบ็ก ซึ่งกระทรวงการคลังอาจต้องมีการขอดูใบเสร็จ เพื่อให้ชัดเจนว่าไม่ได้มีการโกง

อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ :
————————-
เรื่องเล่าเช้านี้ (Morning News) 19 มกราคม 2563 ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารได้ก่อนใครได้ที่นี่
เรื่องเล่าเช้านี้.com :
facebook :
Twitter :
Official LINE : @ruenglao

'สรยุทธ' อธิบายให้เข้าใจ โควิดระลอกใหม่ รัฐแจกอะไรบ้าง? 'คนละครึ่ง-เราชนะ-เรารักกัน-ยิ่งใช้ยิ่งได้'



วานนี้ (5 พ.ค.) ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบในหลักการ มาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากคำสั่งเพื่อระงับยับยั้งและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 อาทิ

-มาตรการคนละครึ่งเฟส 3 คนละ 3,000 บาท จำนวน 31 ล้านคน คิดเป็นวงเงินงบประมาณ 93,000 ล้านบาท ระยะเวลาเดือน ก.ค.-ธ.ค.64 นาน 6 เดือน โดยคนที่ได้สิทธิ์เดิม สามารถเข้าไปกดยืนยันได้ทันที

-โครงการเราชนะ จำนวนกลุ่มเป้าหมายประมาณ 32.9 ล้านคน เพิ่มอีกสัปดาห์ละ 1,000 บาท เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ กรอบวงเงิน 6.7 หมื่นล้านบาท โดยให้การใช้จ่ายสิ้นสุดในวันที่ 30 มิ.ย.2564

-โครงการ ม.33 เรารักกัน จำนวนกลุ่มเป้าหมาย 9.27 ล้านคน โดยเพิ่มวงเงินช่วยเหลือผู้ประกันตน ม.33 อีกสัปดาห์ละ 1,000 บาท เป็นเวลา 2 สัปดาห์ วงเงินรวม 18,500 ล้านบาท โดยให้ใช้จ่ายสิ้นสุดในวันที่ 30 มิ.ย.2564

-ขยายวงเงินให้กับโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้กับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 3 ประชาชน 13.65 ล้านคน ให้เงินค่าครองชีพแก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเติมเดือนละ 200 บาท ระยะเวลา 6 เดือน (กรกฎาคม-ธันวาคม) และเพิ่มกำลังซื้อให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษจำนวนเป้าหมาย 2.5 ล้านคน เพิ่มเติมเดือนละ 200 บาท เป็นระยะเวลา 6 เดือน (ก.ค.-ธ.ค.)

-โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ โดยรัฐสนับสนุน E-Voucher ให้กับประชาชน ที่ใช้จ่ายซื้อสินค้า และค่าอาหารเครื่องดื่มและค่าบริการกับผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไม่เกิน 5,000 บาทต่อคนต่อวันสูงสุดไม่เกิน 7,000 บาทต่อคน

โดยประชาชนใช้จ่ายจะได้รับการสนับสนุน E-Voucher จากภาครัฐในช่วง ก.ค. – ก.ย.2564 ไปใช้จ่ายในเดือน ส.ค. -ธ.ค.2564 ทั้งนี้คาดว่าประชาชนจะเข้าโครงการประมาณ 31 ล้านคน

ซึ่งทั้งหมดนี้ใช้เงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ที่ยังมีเหลืออีก 2.4 แสนล้านบาท โดยกระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะกลับไปทำรายละเอียด และให้ ครม. เห็นชอบอีกครั้งหนึ่ง

อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ :
————————-
#เรื่องเล่าเช้านี้ (Morning News)
วันที่ 6 พฤษภาคม 2564
ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารก่อนใครได้ที่นี่
ch3plus :
facebook :
Twitter :
YouTube :

ผู้สูงอายุโอด ลงทะเบียนชิมช้อปใช้ ไม่ได้



ผู้สูงอายุโอด ลงทะเบียนชิมช้อปใช้ ไม่ได้

ที่รัฐบาลได้ประกาศชิมช้อปใช้ เฟส 3 โดยเปิดให้ผู้ที่ไม่เคยรับสิทธิ์ จำนวน 2,000,000 ราย และกันสิทธิพิเศษให้ผู้สูงอายุ 500,000 คน โดยเปิดโอกาสให้เริ่มลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายนนี้

ขณะที่ นายนิวาส คำฤาเดช อายุ 67 ปี ชาวบ้านตูม หมู่ 4 ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตั้งแต่ได้ข่าว ชิมช้อปใช้มาตั้งแต่เฟส 1 และ เฟส 2 เห็นลูกหลานและประชาชนทั่วไป มีความสนใจที่จะร่วมโครงการ แต่ที่ผ่านมาพบว่าหลายคนลงทะเบียนไม่ทัน จึงไม่มีโอกาสใช้สิทธิ์ ซึ่งจากที่ได้ยินข่าวใหม่ว่าจะมีมาตรการชิมช้อปใช้ เฟส 3 โดยกันสิทธิ์ให้ผู้สูงอายุ 500,000 ราย ตนก็มีความสนใจที่จะใช้สิทธิ์นั้นด้วยคน แต่คงจะไม่มีโอกาส เนื่องจากไม่มีโทรศัพท์สมาร์ทโฟน เพราะมีเพียงโทรศัพท์ธรรมดา หากจะให้ซื้อใหม่ก็ไม่มีเงินและเล่นไม่เป็น ลงทะเบียนชิมช้อปใช้ เฟส 3 ตนก็คงจะไม่มีโอกาสเข้าร่วมใช้สิทธิ์อีกเหมือนกัน

ด้าน นายลำไย ถิ่นแก้ว อายุ 68 ปี กล่าวว่าตนกับเมียมีโทรศัพท์สมาร์ทโฟนคนละเครื่อง เพื่อติดต่อกับลูกหลานที่ทำงานต่างจังหวัด และดูข่าวสารทางสื่อออนไลน์ได้สะดวกขึ้น แต่ในส่วนของมาตรการชิมช้อปใช้ทั้ง เฟส 1 และเฟส 2 ที่ผ่านมานั่น เคยลงทะเบียนแต่ไม่ทัน และรู้สึกว่าจะเป็นเรื่องยุ่งยากมาก

สำหรับผู้สูงอายุที่จะให้กดมือถือลงทะเบียนดังกล่าว และความจริงก็มีความสนใจจะร่วมโครงการ แต่ก็คิดว่าหากได้สิทธิ์ก็คงจะไม่คุ้ม เพราะต้องเดินทางไปใช้สิทธิ์ต่างจังหวัด ซึ่งจะต้องสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายเพิ่ม ทั้งค่ารถและค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีก สิทธิ์ที่จะได้ 1,000 บาท คงไม่คุ้มค่าแน่นอน โดยส่วนตัวให้ความเห็นว่าถ้ารัฐบาลจะให้ผู้สูงอายุเข้าถึงสิทธิ์ชิมช้อปใช้จริงๆ ควรที่จะโอนผ่านเข้าบัญชีหรือต่อยอดให้เบี้ยยังชีพเลย ซึ่งคงสะดวกกว่าใช้สมาร์ทโฟน เพราะผู้สูงอายุส่วนมากยังเล่นไม่เป็น

ขอบคุณ one31
ขอขอบคุณข้อมูลจาก

#ข่าวเด่นข่าวเด็ด #ข่าวเด็ด #ข่าวเด่น

แบงก์ชาติแจ้งเลิกใช้บัตรแถบแม่เหล็ก ต้องเปลี่ยนเป็นชิปการ์ด 15 ม.ค.63 ใครไม่เปลี่ยนกดเงินไม่ได้



ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีผู้เปลี่ยนบัตรเดบิต และบัตรเอทีเอ็มจากบัตรแถบแม่เหล็ก เป็นบัตรแบบชิปการ์ดไปแล้วประมาณ 47 ล้านใบ แต่ยังคงมีบัตรแถบแม่เหล็กคงเหลือที่ยังไม่ได้เปลี่ยนอีก 20 ล้านใบทั่วประเทศ

ดังนั้นให้ผู้ถือบัตรสามารถใช้งานบัตรได้อย่างต่อเนื่อง ธนาคารแห่งประเทศไทยขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่ยังใช้บัตรเดบิตหรือบัตรเอทีเอ็มแบบแถบแม่เหล็ก รีบติดต่อธนาคารที่ใช้บริการ เพื่อเปลี่ยนบัตรแถบแม่เหล็กเป็นบัตรชิปการ์ด โดยแสดงบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมบัตรเดบิตหรือบัตรเอทีเอ็มใบเดิม และสมุดบัญชีเงินฝาก โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนบัตร

เพราะหลังจากวันที่ 15 มกราคม ปี 63 บัตรแถบแม่เหล็กจะไม่สามารถใช้งานได้ที่เครื่องเอทีเอ็ม หรือเครื่องรูดบัตรที่ร้านค้า ทั้งนี้การปรับเปลี่ยนบัตรเดบิตและบัตรเอทีเอ็มจากรูปแบบบัตรแถบแม่เหล็ก เป็นบัตรชิปการ์ด เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งการป้องกันการปลอมแปลงบัตร หรือ การโจรกรรมข้อมูล (skimming) นำไปทำบัตรปลอม โดยมีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนบัตรได้ครบถ้วนภายในสิ้นปี 62 นี้

รายละเอียดเพิ่มเติม
————————-
เรื่องเล่าเช้านี้ (Morning News)18 กันยายน 2562
ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารได้ก่อนใครได้ที่นี่
เรื่องเล่าเช้านี้.com :
facebook :
Twitter :
Official LINE : @ruenglao